วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

"พานทองแท้" เฟซบุ๊กสวน "ศิริโชค"

หมายเหตุ : ช่วงค่ำวันที่ 18 ก.ค. 2555 นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเนื้อหาดังนี้ 


ครดูถูกเหยียดหยามพี่น้องประชาชนกันแน่ครับ คุณ "วอลเปเปอร์"

ก่อนอื่นผมต้องขอทักทายแฟนเพจของผมก่อนครับว่า "มีใครเป็นหมอดูหรือเปล่า...!!!!"
เพราะว่าหลายท่าน ทำนายแม่นเหมือนตาเห็นเลยครับว่า หลังจากที่ผมโพสต์ เรื่องที่หัวหน้าพรรคปชป.พูดว่า ขี้ข้าทักษิณ กับโพสต์เรื่อง สลิ่มกะแมลงสาบ จะต้องมีคนของปชป.ออกมาตอบโต้แน่ๆ แฟนเพจบางท่านถึงกับเปรียบเทียบไว้ว่า ต้องมีแมลงสาบออกมาดิ้นพราดๆกันชัวร์

ปรากฏว่าวันนี้มาแล้วครับพี่น้อง คนปชป.ออกมาด่าว่าผมเป็นตุเป็นตะเลย ว่าคุณพ่อผมเป็นนักโทษชายบ้างละ เหยียดหยามคนที่เห็นต่างทางการเมืองบ้างละ เพื่อไม่ให้เป็นการพูดกันคนละครั้ง เดี๋ยวจะจับไม่มั่นคั้นไม่ตายกันอีก โพสต์นี้ผมเลยจะเปรียบเทียบให้เห็นกันจะๆเลยครับ ว่าอภิสิทธิ์ฯ กับ พานทองแท้ ใครที่เหยียดหยามพี่น้องประชาชนที่เห็นต่างกันแน่ ตามที่โปรโมเตอร์ฉายา "วอลเปเปอร์" เขาออกมา "ประกบคู่" ให้ครับ

มุมแดง พานทองแท้ ลูกทักษิณฯ พลเมืองเต็มขั้น ไม่ได้เป็นคนของประชาชนแต่ คุณพ่อมีคนรักและเห็นใจเกินครึ่งประเทศ และที่สำคัญมีแฟนเพจที่รัก และร่วมอุดมการณ์เดียวกันอยู่ประมาณ 8หมื่นกว่าคนที่พร้อมจะให้กำลังใจอยู่ตลอด ได้นิยามความหมายของคำว่าสลิ่มและแมลงสาบ ตามความเข้าใจของคนในโลกไซเบอร์ครับ สลิ่มก็คือสลิ่ม แมลงสาบก็คือแมลงสาบ ถ้าไม่มีวิวัฒนาการที่ดีขึ้น ก็คงเป็น "สลิ่ม"กะ"แมลงสาบ"อยู่ถึง2575 ครบ100ปี รัฐธรรมนูญ นั่นแหละครับ ไม่ได้ดูถูกใครเลย ใครยังไม่เข้าใจโปรดกลับไปดูอีกครั้ง ในโพสต์เมื่อวันที่ 17ก.ค.55 ตามนี้ครับ

http://on.fb.me/NySN1Q

มุมสีฟ้า ปัจจุบันเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เป็นสส.หลายสมัย เป็นหัวหน้าพรรคฯใหญ่ และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เรียกได้เต็มปากว่าเป็นบุคคลสาธารณะและเคยเป็น ผู้บริหารสูงสุดของประเทศไทย ที่ควรจะมี "วุฒิภาวะและวิจารณญานสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไป" ได้พูดหลายครั้ง บางครั้งถึงขั้นต้อง"วินิจฉัย"กันเลยครับ ว่าโรคขี้ข้าทักษิณฯกำลังระบาด และได้ยกเว้นพวกตัวเองไว้อย่างสวยหรูว่า "ยืนยันว่า โรคขี้ข้าทักษิณ ไม่ระบาดแถวพรรคประชาธิปัตย์" ดูได้ในโพสต์ของผมเมื่อวันที่ 11ก.ค.55 ครับ

ผมว่าต่างคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองไปนะครับ ผมพูดถึงก็เฉพาะพฤติกรรมของสลิ่มกะแมลงสาบ ไม่ได้เหยียดหยามใครเลย คนที่ทำงานที่บ้านผม พ่อแม่ผมก็สอนให้เรียกว่า แม่บ้านครับ ถึงผมจะไม่ใช่ผู้ดีอังกฤษแต่ ตั้งแต่เกิดมาคำว่า "ขี้ข้า"ไม่เคยหลุดออกจากปากผมครับ ผมว่าคำๆนี้เหยียดหยามกันสุดๆครับ โดยเฉพาะถ้าใช้เรียกคนส่วนใหญ่ของประเทศ ดูไม่เป็นผู้ดีเลยครับ

ถ้าหัวหน้าพรรคปชป.อยากจะดูถูกเหยียดหยามใครอีกเรียกเขาว่าไพร่ไปเลยดีกว่าครับ เเยกชั้นวรรณะกันไปเลยไม่มีใครว่า อย่างผมท่านเรียก"ไพร่ทองเเท้" ผมก็ไม่โกรธครับ เเบ่งข้างกันไปเลยชัดเจนดี ผมชอบอยู่ข้างเสียงส่วนใหญ่ครับ

อ่อ ถ้าคุณหริโชค อยากให้ผมเฉพาะเจาะจงเรื่องของคุณเอง ทีมงานผมเตรียมไว้เยอะเลยครับ เเต่ผมได้เคยพูดไว้เเล้วเรื่องทฤษฎีด่าเจ้าของหมา เลยไม่อยากพูดถึง เเต่ถ้าอยากได้จริงๆ คอนเฟิร์มมาได้เลยครับ ทีมงานผมพร้อมจัดให้เป็นกรณีพิเศษ "คุณได้สิทธิ์นั้นทันที"ครับ

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ehow

http://www.ehow.com/

eHow คือ เว็บไซต์ประเภท How to มีทั้งบทความและวิดีโอสอน เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทั่วไป การโฆษณา

วิธีการส่งเสริมให้คนประสบความสำเร็จในโครงการในชีวิตประจำวันของชีวิตโดยการเชื่อมต่อกับผู้เข้าชมที่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือคนที่เป็นประโยชน์และเครื่องมือออนไลน์ที่มีประโยชน์
การกว่า 60 ล้านผู้บริโภคที่เดินทางมาถึงที่ประตูของเราค้นหาสำหรับคำแนะนำวิธีการเสนอคำตอบสำหรับคำถามที่มีรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงของพวกเขามากกว่า 2 ล้านโซลูชั่นวิจัยคิดไว้ในที่ง่ายต่อการอ่านลักษณะโดยนักเขียนมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ชุมชนมีส่วนร่วมเพิ่มความลึกและคำตอบส่วนบุคคลไปยังเอื้ออำนวยความเชื่อมั่นที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ผู้เข้าชมจะประสบความสำเร็จในงานของพวกเขา
โฆษณาเกี่ยวกับวิธีการเชื่อมต่อกับหนึ่งของโลกผู้ชมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของบุคคลที่มีจิตใจดีไอวายในขณะที่แม่นยำของพวกเขาจากการสอบถาม เกี่ยวกับวิธีการตลาดแบรนด์ที่ผู้บริโภคค้นพบความตั้งใจที่ขับเคลื่อนด้วยการกำหนดเป้​​าหมายได้อย่างง่ายดายและมีเอกลักษณ์ที่เป็นมิตรกับความเชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ของตน

เรื่อง บทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีเว็บ 2.0

เว็บ 2.0 บนอินเทอร์เน็ต บางมุมมองคิดว่าเป็นมาตรฐานใหม่ และบางมุมมองคิดว่าเป็นซอฟต์แวร์รุ่นใหม่จากไมโครซอฟท์ หรือกูเกิ้ล แต่จริงๆแล้ว เว็บ 2.0 ไม่ได้เป็นอะไรใหม่ไปกว่าปัจจุบันแต่มันเป็นยุคสมัยที่เปลี่ยนไปต่างหาก ปัจจุบันเราใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อ เขียนบล็อก แชร์รูป ร่วมเขียน Wiki โพสความเห็นลงในท้ายข่าว หาแหล่งข้อมูลด้วย RSS เพื่อ Feed มาอ่านที่หน้าจอ และกูเกิ้ล จะเห็นได้ว่าวิธีการใช้ชีวิตบนอินเทอร์เน็ตของชาวออนไลน์เริ่มเปลี่ยนไปแล้วพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี และนี่เป็นที่มาของ เว็บ 2.0 หรือยุคใหม่ของ อินเทอร์เน็ตที่ได้เปลี่ยนการใช้งานของเราไปอย่างสิ้นเชิงพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต กำลังเปลี่ยนไปผู้ใช้ไม่ใช่แค่ผู้อ่านเว็บไซต์อีกต่อไป การมีส่วนร่วมต่อการสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ ความเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็น และธุรกิจออนไลน์ที่สร้างรายได้อย่างจริงจังและยั่งยืนกำลังเริ่มขึ้นในยุคที่เรียกว่า เว็บ 2.0 นี่เอง  

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

รูปแบบของสื่อหลายมิติในการเรียนการสอน

www.edtechno.com/site/index.php?option=comแบ่งออกเป็น 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1) รูปแบบหลัก (domain model -DM) 2) รูปแบบผู้เรียน (student model -SM) 3) รูปแบบการปรับตัว (Adaptive Model - AM ) โดยผ่านการติดต่อระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์หรือระบบ (Interface) ผ่านแบบฟอร์มจากเว็บบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer เป็นต้น ดังรูป

http://www.edtechno.com/images/clip_image001_0013.gif 


http://school.obec.go.th/sup_br3/t_1.htmลักษณะโครงสร้างของสื่อหลายมิติ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 แบบ เพื่อการจัดเก็บและเรียกเอาข้อมูลที่ต้องการขึ้นมาได้สะดวกและรวดเร็ว ดังนี้ (Yang and More, 1995)
               1.1 แบบไม่มีโครงสร้าง (Unstructured) เป็นแบบที่ไม่มีโครงสร้างความรู้ ผู้เรียนต้องเปิดเข้าไปโดยมีการเชื่อมโยงระหว่างหน้าจอแต่ละเรื่อง มีความยืดหยุ่นสูงสุดของการจัดรวบรวม เป็นการให้ผู้เรียนได้กำหนดความก้าวหน้าและตอบสนองความสำเร็จด้วยตนเอง

http://www.edtechno.com/images/clip_image002_0010.gif 

               1.2 แบบเป็นลำดับขั้น ( Hierarchical) เป็นการกำหนดการจัดเก็บความรู้เป็นลำดับขั้น มีโครงสร้างเป็นลำดับขั้นแบบต้นไม้ โดยให้ผู้เรียนได้ค้นคว้าไปทีละขั้นได้ทั้งจากบนลงล่างและจากล่างขึ้นบน โดยมีระบบข้อมูลและรายการคอยบอก

http://www.edtechno.com/images/clip_image004.jpg

               1.3 แบบเครือข่าย (Network) เป็นการเชื่อมโยงระหว่างจุดร่วมของฐานความรู้ต่างๆ ที่ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ความซับซ้อนของเครือข่ายพึ่งพาความสัมพันธ์ระหว่างจุดร่วมต่างๆ ที่มีอยู่

http://www.edtechno.com/images/clip_image006.jpg

                การออกแบบโครงสร้างของข้อมูลสารสนเทศที่ดีจะช่วยส่งผลต่อผู้เรียนเพราะข้อมูลที่มีอยู่มากมายนั้นต้องอาศัยการเชื่อมโยงเนื้อหา หรือการจัดระเบียบของเนื้อหาให้กับการสืบค้นภายในบทเรียน การจัดระเบียบที่ดีจะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้และเกิดประสบการณ์ที่ดีในการเรียนด้วยในขณะเดียวกันโครงสร้างที่ไม่เหมาะสมก็ย่อมส่งผลเสียต่อผู้ใช้เช่นกัน

http://pineapple-eyes.snru.ac.th/stm/index.php?q=node/107 สื่อหลายมิติแบบปรับตัว โดยรูปแบบของผู้เรียนอาจแบ่งแยกคุณลักษณะของผู้เรียนออกเป็น ระดับความรู้ความสามารถ รูปแบบการเรียนรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลอ้างอิงของผู้เรียนต่างๆ รวมทั้งการวิเคราะห์วัตถุประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละรายวิชา ทั้งนี้ลักษณะของผู้เรียนแต่ละคนที่แตกต่างกันไปจะส่งผลต่อบุคลิกภาพ พฤติกรรม การรับรู้ การจดจำ การแก้ปัญหา ความสนใจ ดังนั้นการออกแบบสื่อหลายมิติแบบปรับตัวจะให้ความสำคัญกับรูปแบบและคุณลักษณะของผู้เรียนที่สอดคล้องกับโครงสร้างหลักที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งทำให้ระบบมีความยืดหยุ่นและตรงตามความต้องการของผู้เรียนแต่ละคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งแตกต่างจากการออกแบบสื่อหลายมิติโดยทั่วไปที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้เรียนเป็นรายบุคคล ดังนั้นในการออกแบบสื่อหลายมิติแบบปรับตัว ผู้ออกแบบจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษารูปแบบการเรียนรู้รวมทั้งพฤติกรรมการแสดงออกของผู้เรียนแต่ละคน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาออกแบบสื่อให้สอดคล้องกับผู้เรียนในแต่ละคนได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้เรียนแต่ละคนมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองและมีความสนใจที่แตกต่างกันสื่อหลายมิติแบบปรับตัว โดยรูปแบบของผู้เรียนอาจแบ่งแยกคุณลักษณะของผู้เรียนออกเป็น ระดับความรู้ความสามารถ รูปแบบการเรียนรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลอ้างอิงของผู้เรียนต่างๆ รวมทั้งการวิเคราะห์วัตถุประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละรายวิชา
สรุป

                 จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนประกอบสำคัญของการออกแบบสื่อหลายมิติแบบปรับตัว (Adaptive Hypermedia) ที่คำนึงถึงการออกแบบโครงสร้างหลักของข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการนำเสนอไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโครงร่าง (Layout) เนื้อหา ข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนที่เรียกว่า รูปแบบหลัก (Domain Model: DM) รวมทั้งการออกแบบและศึกษาคุณลักษณะของผู้เรียนตามความรู้ ประสบการณ์และรูปแบบการเรียนรู้ ที่เรียกว่ารูปแบบของผู้เรียน (User Model: UM) เพื่อนำไปสู่การออกแบบระบบที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องและเหมาะสมกับรูปแบบหลักและรูปแบบของผู้เรียน ที่เรียกว่า รูปแบบการปรับตัว (Adaptive Model: AM) นั่นเอง


ที่มาwww.edtechno.com/site/index.php?option=com เข้าถึงเมื่อวันที่ 7กรกฎาคม 2554
ที่มา http://pineapple-eyes.snru.ac.th/stm/index.php?q=node/107 เข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554
ที่มาhttp://school.obec.go.th/sup_br3/t_1.htmเข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554

สื่อการสอน

http://sayan201.blogspot.com/ สื่อการเรียนการสอน หมายถึง ตัวกลางหรือช่องทางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะ ประสบการณ์ จากแหล่งความรู้ไปสู่ผู้เรียน และทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพประเภทของสื่อการเรียนการสอนสื่อการเรียนการสอนแบ่งตามคุณลักษณะได้ 4 ประเภทคือ
1. สื่อประเภทวัสดุ ได้แก่สไลด์ แผ่นใส เอกสาร ตำรา สารเคมี สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ และคู่มือการฝึกปฏิบัติ
2. สื่อประเภทอุปกรณ์ ได้แก่ของจริง หุ่นจำลอง เครื่องเล่นเทปเสียง เครื่องเล่นวีดิทัศน์ เครื่องฉายแผ่นใส อุปกรณ์และเครื่องมือในห้องปฏิบัติการ
3. สื่อประเภทเทคนิคหรือวิธีการ ได้แก่การสาธิต การอภิปรายกลุ่ม การฝึกปฏิบัติการฝึกงาน การจัดนิทรรศการ และสถานการณ์จำลอง
4. สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ ได้แก่คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) การนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer presentation) การใช้ Intranet และ Internet เพื่อการสื่อสาร (Electronic mail: E-mail) และการใช้ WWW (World Wide Web)               
                http://pineapple-eyes.snru.ac.th/stm/index.php?q=node/107สื่อการเรียนการสอนจำแนกตามคุณสมบัติWilbure Young ได้จัดแบ่งไว้ดังนี้
1. ทัศนวัสดุ (Visual Materials) เช่น กระดานดำ กระดานผ้าสำลี) แผนภูมิ รูปภาพ ฟิล์มสตริป สไลด์ ฯลฯ
2. โสตวัสดุ (Audio Materisls ) เช่น เครื่องบันทึกเสียง (Tape Recorder) เครื่องรับวิทยุ ห้องปฏิบัติการทางภาษา ระบบขยายเสียง ฯลฯ
3. โสตทัศนวัสดุ (Audio Visual Materials) เช่น ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ฯลฯ
4. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ (Equipments) เช่น เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องฉายฟิล์มสตริปเครื่องฉายสไลด์
5. กิจกรรมต่าง ๆ (Activities )เช่น นิทรรศการ การสาธิต ทัศนศึกษา ฯลฯ
               
http://images.s4920117113s.multiply.multiplycontent.com สื่อการเรียนการสอนจำแนกตามรูปแบบ(Form)Louis Shores ได้แบ่งประเภทสื่อการสอนตามแบบไว้ ดังนี้
1. สิ่งตีพิมพ์ (Printed Materials) เช่น หนังสือแบบเรียน เอกสารการสอน ฯลฯ
2 วัสดุกกราฟิก เช่น แผนภูมิ ( Charts) แผนสถิติ (Graph) แผนภาพ (Diagram) ฯลฯ
3. วัสดุฉายและเครื่องฉาย (Projected Materials and Equipment) เช่น ภาพยนตร์ สไลด์ ฯลฯ
4. วัสดุถ่ายทอดเสียง (Transmission) เช่น วิทยุ เครื่องบันทึกเสียง
               
                สรุป

ลักษณะการออกแบบที่ดี ( Charecteristics of Good Design )
1. ควรเป็นการออกแบบที่เหมาะสมกับความมุ่งหมายของการนำไปใช้
2. ควรเป็นการออกแบบที่มีลักษณะง่ายต่อการทำความเข้าใจการนำไปใช้งานและกระบวนการผลิต
3. ควรมีสัดส่วนที่ดีและเหมาะสมตามสภาพการใช้งานของสื่อ
4. ควรมีความกลมกลืนของส่วนประกอบตลอดจนสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของการใช้และการผลิตสื่อชนิดนั้น


ที่มาhttp://sayan201.blogspot.com/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 7กรกฎาคม 2554
ที่มา http://pineapple-eyes.snru.ac.th/stm/index.php?q=node/107 เข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554
ที่มาhttp://images.s4920117113s.multiply.multiplycontent.com เข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554

เทคโนโลยีสารสนเทศ

http://siriwadee.blogspot.com/2008/05/blog-post_27.htmlเทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ การเก็บรวบรวมข้อมูลการประมวลผล การแสดงผลลัพธ์ การทำสำเนา และการสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เหมาะสมและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
     การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การพิมพ์ป้อนทางแป้นพิมพ์ การใช้เครื่องอ่านรหัสแท่ง(bar code)
     การประมวลผล เป็นการนำเสนอข้อมูลที่เก็บมาได้ เข้าสู่กระบวนการประมวลผลตามต้องการเช่น การคำนวนการเรียงลำดับข้อมูล แยกเป็นกลุ่ม ฯลฯ ส่วนใหญ่จะดำเนินการด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ จากส่วน
สำคัญที่เรียกว่า ชิพในหน่วยซีพียู
     การแสดงผลลัพท์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในการแสดงผลลัพธ์  ซึ่งสามารถเป็นตัวหนังสือ รูปภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวแบบวีดีทัศน์หรือเสียง
     การทำสำเนา เป็นการทำสำเนาข้อมูลหรือสารสนเทศที่จัดเก็บไว้ ในสื่ออิเลคทรอนิกส์ชนิดต่าง ๆ ให้มีหลายชุด เพื่อสะดวกต่อการเก็บรักษา และการนำไปใช้ อุปกรณ์ที่ใช้ทำสำเนา เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร แผ่นบันทึก ฮาร์ดดิสต์หรือ CD-RON
                http://www.kmitl.ac.th/agritech/nutthakorn/04093009_2204/isweb/Lesson%2022.htmเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)มาจากการผสมคำระหว่างสารสนเทศ (Information)กับคำว่าเทคโนโลยี(Technology) เทคโนโลยี หมายถึง เป็นการนำเอาแนวความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการ ตลอดจนผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ทั้งในด้านสิ่งประดิษฐ์และวิธีปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น
                www.chakkham.ac.th/technology/techno1/c2-3.htmคำว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ มาจากคำ 2 คำนำมารวมกัน คือ คำว่า เทคโนโลยี และสารสนเทศ เทคโนโลยี + สารสนเทศ = เทคโนโลยีสารสนเทศ เมื่อพิจารณาความหมายของแต่ละคำจะมีความหมายดังนี้
เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ เทคโนโลยีจึงเป็นวิธีการในการสร้างมูลค่าเพิ่มของสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น
สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ข้อมูลดังกล่าวต้องผ่านการเก็บรวบรวม จัดเก็บ ตรวจสอบความถูกต้อง แบ่งกลุ่มจัดประเภทของข้อมูล และสรุปออกมาเป็นสารสนเทศ และมนุษย์นำเอาสารสนเทศนั้นไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น รายงาน ผลงานการวิจัย ข่าวสารต่าง ๆ

สรุป
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) หมายถึงการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทำให้สารสนเทศมีประโยชน์ และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่จะรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือสื่อสารระหว่างกัน เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องโดยตรงกับเครื่องมือเครื่องใช้ในการจัดการสารสนเทศ ซึ่งได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รอบข้าง ขั้นตอน วิธีการดำเนินการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ เกี่ยวข้องกับตัวข้อมูล เกี่ยวข้องกับบุคลากร เกี่ยวข้องกับกรรมวิธีการดำเนินงานเพื่อให้ข้อมูลเกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้แล้วยังรวมไปถึง โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ โทรสาร หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่าง ๆ ฯลฯ



ที่มาhttp://siriwadee.blogspot.com/2008/05/blog-post_27.htmlเข้าถึงเมื่อวันที่ 7กรกฎาคม 2554
ที่มา http://www.kmitl.ac.th/agritech/nutthakorn/04093009_2204/isweb/Lesson%2022.htmเข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554
ที่มาwww.chakkham.ac.th/technology/techno1/c2-3.htm เข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554

เทคโนโลยี

http://jankhuk.exteen.com/20090619/entry เทคโนโลยี คือ อะไร ? Technology คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่ง ขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น
www.คืออะไร.comเทคโนโลยี หรือ ประยุกตวิทยา หรือ เทคนิควิทยา  มีความหมายค่อนข้างกว้าง โดยทั่วไปหมายถึง การนำความรู้ทางธรรมชาติวิทยาและต่อเนื่องมาถึงวิทยาศาสตร์ มาเป็นวิธีการปฏิบัติและประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ อันก่อให้เกิดวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร แม้กระทั่งองค์ความรู้นามธรรมเช่น ระบบหรือกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้การดำรงชีวิตของมนุษย์ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นเทคโนโลยีก่อเกิดผลกระทบต่อสังคมและในพื้นที่ที่มีเทคโนโลยีเข้าไปเกี่ยวข้องในหลายรูปแบบ เทคโนโลยีได้ช่วยให้สังคมหลาย ๆ แห่งเกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากขึ้นซึ่งรวมทั้งเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ในหลาย ๆ ขั้นตอนของการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีได้ก่อให้ผลผลิตที่ไม่ต้องการ หรือเรียกว่ามลภาวะ เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างที่ถูกนำมาใช้มีผลต่อค่านิยมและวัฒนธรรมของสังคม เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นก็มักจะถูกตั้งคำถามทางจริยธรรม
http://th.wikipedia.org/wiki/ คำว่า เทคโนโลยี ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า "Technology" ซึ่งมาจากภาษากรีกว่า "Technologia" แปลว่า การกระทำที่มีระบบ อย่างไรก็ตามคำว่า เทคโนโลยี มักนิยมใช้ควบคู่กับคำว่า วิทยาศาสตร์ โดยเรียกรวม ๆ ว่า "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน (2539 : 406) ได้ให้ความหมายของเทคโนโลยี คือ "วิทยาการที่เกี่ยวกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม"
                สรุป
เทคโนโลยี หมายถึง วิชาที่ว่าด้วยการประกอบวัตถุเป็นอุตสาหกรรม หรือวิชาช่างอุตสาหกรรม หรือการนำเอาวิทยาศาสตร์มาใช้ในทางปฏิบัติจาก การที่มีผู้ให้ความหมายของเทคโนโลยีไว้หลากหลาย สรุปได้ว่า เทคโนโลยี หมายถึง วิชาที่นำเอาวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ มาประยุกต์ใช้ตามความต้องการของมนุษย์ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

ที่มาhttp://jankhuk.exteen.com/20090619/entryเข้าถึงเมื่อวันที่ 7กรกฎาคม 2554
ที่มา www.คืออะไร.comเข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554
ที่มาhttp://th.wikipedia.org/wiki/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554

นวัตกรรมการศึกษา

http://www.learners.in.th/blog/22631/235365 คำว่า นวัตกรรม  ตามความหมายที่สรุปไว้แล้วนั้น หมายถึง การนำแนวคิดใหม่ วิธีการใหม่ หรือสิ่งใหม่มาใช้ทั้งหมดหรือการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม แนวคิดเดิม วิธีการเดิม หรือสิ่งเดิมเพื่อช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลดียิ่งขึ้น ส่วนคำว่า การศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมายความว่ากระบวนการการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต        สรุปความแล้วนวัตกรรมการศึกษา หมายถึง การนำแนวคิดใหม่ วิธีการใหม่ หรือสิ่งใหม่มาใช้ หรือการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม แนวคิดเดิม วิธีการเดิมหรือสิ่งเดิมที่ช่วยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล  และสังคมอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
http://th.answers.yahoo.com/question/index นวัตกรรมทางการศึกษา คือ ความคิดใหม่ รูปแบบใหม่ วิธีการใหม่ เทคนิคใหม่ แนวทางใหม่ ผลผลิตใหม่ ที่ได้ปรับประยุกต์ สร้างสรรค์ และพัฒนา ทั้งจากการต่อยอดภูมิปัญญาเดิม หรือจากการคิดขึ้นมาใหม่ด้วยภูมิปัญญาใหม่ให้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
http://th.wikipedia.org/wiki/นวัตกรรมการศึกษาหมายถึง การนำแนวคิดใหม่ วิธีการใหม่ หรือสิ่งใหม่มาใช้ หรือการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม แนวคิดเดิมในที่นี้คำว่านวัตกรรมการศึกษาจะประกอบด้วย 2 คำคือ คำว่านวัตกรรมและคำว่าการศึกษา คำว่านวัตกรรม หมายถึง การนำแนวคิดใหม่ วิธีการใหม่ หรือสิ่งใหม่มาใช้ทั้งหมดหรือการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม แนวคิดเดิม วิธีการเดิม หรือสิ่งเดิมเพื่อช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลดียิ่งขึ้น ส่วนคำว่าการศึกษาการฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต



ที่มาhttp://www.learners.in.th/blog/22631/235365เข้าถึงเมื่อวันที่ 7กรกฎาคม 2554
ที่มา http://th.answers.yahoo.com/question/indexเข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554
ที่มาhttp://th.wikipedia.org/wiki/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554